โรคที่สามารถติดมาจากการใช้คอมฯ

โรคจากการใช้คอมฯ สามารถติดมาจากการใช้คอมมีดังนี้

โรคจากการใช้คอมฯ ในยุคสมัยที่คอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบหลักที่เราจะต้องนำมาใช้ในการทำงานทุกวัน การที่เราต้องสัมผัสกับคอมฯทุกวันอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเกิดโรคที่ติดต่อมาจากคอมพิวเตอร์ก็ได้ อยากที่เราทราบกันดีว่าหากเราไม่ค่อยได้ทำความสะอาดคอมฯสักเท่าไหร่

โรคแรกที่เราจะติดต่อได้คือ โรคที่ติดต่อมาจากคีย์บอร์ดที่เราใช้ในการพิมพ์งานทุกวัน

เพราะการที่เราสัมผัสคีย์บอร์ด ก่อนหน้านั้นมือของเราอาจจะไปหยิบจับอะไรที่สกปรกมาแล้วพอมาจับคอมฯก็ทำให้เชื้อโรคติดอยู่ที่คอมฯเมื่อเรามาจับอีกครั้งก็ทำให้เราได้รับเชื้อโรคผ่านช่องทางนี้ได้ ซึ่งโรคที่เกิดจากสาเหตุมาจากการจับคีย์บอร์ดคือ โรคท้องร่วงเพราะการจับคีย์บอด

หรือโรคสำไส้อักเสบเพราะการจับคีย์บอร์ดที่เป็นสองโรคนี้นั่นก็เพราะว่า หลายคนมักใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานที่หน้าคอมพิวเตอร์และเมื่อนั่งทำงานเป็นเวลานานๆก็มักจะหิว

ซึ่งแทบเกือบทุกคนที่ทำงานหน้าคอมฯเป็นเวลานานมักจะเตรียมอาหารมาทานที่หน้าคอมฯด้วย ซึ่งจะเป็นการกินไปด้วยทำงานไปด้วยซึ่งเมื่อเราทานอาหารหยิบจับอาหารแล้วเอามือที่จับอาหารมาจับที่แป้นพิมพ์ที่คีย์บอร์ด ก็จะเป็นการสะสมของเชื้อโรค

โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและเมื่อมีเชื้อ

โรคอยู่ที่แป้นพิมพ์แล้วเรามาหยิบอาหารเข้าปากแล้วกดแป้นพิมพ์อีกแล้วก็หยิบอาหารเข้าปากอีก ก็เหมือนกับว่าเรากำลังกินเชื้อโรคเข้าปากไปด้วยซึ่งเป็นที่มาของโรคท้องร่วงและลำไส้อักเสบได้ นอกจากนี้ยังพบว่าหลายคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์มักจะพบปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วนกันมาก

เพราะไม่ได้ลุกไปไหน นั่งทำงานและกินซึ่งทำให้ร่างกายไม่ไม่เผาผลาญจึงเป็นสาเหตุให้เกิดเป็นโรคอ้วน และอีกโรคที่มักจะเป็นกันมากคือโรคปัสสาวะอักเสบ เพราะบางคนชอบที่จะอั้นฉี่ เพราะไม่อยากเสียเวลาลุกออกไปเข้าห้องน้ำ

ซึ่งโรคที่เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ยังมีอีกมากมาย

ทั้งโรคเกี่ยวกับร่างกายและอื่นๆ อีก ดังนั้น หากอยากมีชีวิตที่ยีนยาวเราจึงควรใส่ใจทำความสะอาดความและหมั่นดูแลร่างกายของตัวเองอยู่เสมอและที่สำคัญเลย เมื่อปวดปัสสาวะห้ามอั้นฉี่เด็ดขาด ห้ามมีคำว่าเดี๋ยวก่อน อีกนิดเดียว

แล้วค่อยไปเพราะความคิดเหล่านี้จะทำให้เรามีโรคร้ายตามมาได้ ในความเป็นจริงแล้ว คอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำให้คุณเป็นโรคที่กล่าวมาแล้วเลย  แต่เป็นคุณเองที่เป็นคนทำให้คุณเป็นโรค คอมพิวเตอร์เป็นเพียงช่องทางที่ทำให้คุณป่วยเป็นโรคเหล่านี้เท่านั้น 

การเขียนเว็ปไซต์เริ่มต้นอย่างไร

การเขียนเว็ปไซต์ ปัจจุบันการทำเว็ปไซต์เป็นที่แพร่หลายมาก

การเขียนเว็ปไซต์ เพราะว่าเป็นยุค 4.0 ยุคอินเตอร์เน็ตและ Social ทุกๆคนต่างค้นหาข้อมูลของสินค้าหรือบริการที่ต้องการผ่านเว็ปไซต์ เสียมากกว่าการเดินไปดูด้วยตาของตนเอง หรือจากหนังสือ หนังสือพิมพ์ เหมือนในอดีต

นั่นทำให้การมีเว็ปไซต์ของตัวเองซักหนึ่งเว็ปนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นเหมือนประตูให้ลูกค้ามาทำความรู้จักกับเรา เว็ปไซต์ก็เปรียบเสมือนหน้าร้าน เปรียบเสมือนที่อยู่ให้คนมารู้จักเรานั่นเอง ยิ่งทำเว็ปไซต์ได้น่าสนใจมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งเป็นโอกาสให้คนรู้จักธุรกิจหรือสินค้าเรามากขึ้นเท่านั้น ทีนี้หากเราเป็น SME หรือเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ การที่จะไปจ้างบริษัทหรือมือโปรทำเว็ปไซต์ ก็อาจจะเป็นการเปลืองต้นทุน เปลืองเงินกันเกินไปหน่อย

วิธีที่จะช่วยประหยัดเรื่องพวกนี้ได้ก็คือ การหัดเขียนเว็ปไซต์ด้วยตนเองนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันการหัดเขียนเองก็ไม่ได้อยากเกินไปนัก มีเครื่องไม้เครื่องมือมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรา ทำให้การเขียนเว็ปไซต์ทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น เรามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

  1. คอนเซปเริ่มต้นที่สำคัญเลยก็คือ การทำเว็ปไซต์ให้เราโฟกัสที่เนื้อหา หรือที่เรียกกันว่า Content เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นหลักใหญ่เลย และเรื่องความสวยงามหรือเทคนิคค่อยๆตามมาทีหลัง ลองนึกภาพคนคลิ๊กเข้าเว็ปไซต์ของท่านเห็นว่าโอ้โหสวยงามจังเลย แต่เลื่อนๆดูแล้ว ไม่รู้ว่าขายอะไร หรือนำเสนออะไร มีแต่ภาพสวยๆอย่างเดียว สักพักลูกค้าก็คงปิดเว็ปไซต์ท่านไปไม่ได้สนใจต่อ เสียโอกาสในการขาย แต่หากในทางกลับกัน คลิ๊กเข้ามาแล้วโอ้โห นี่เลยสิ่งที่ต้องการ มีข้อมูลบอกชัดเจน รายละเอียดชัดเจน ลูกค้าก็คงอยู่ในเว็ปนาน อ่านข้อมูลจนเป็นที่พอใจ และมีโอกาสปิดการขายได้ง่ายๆ
  2. ทำความรู้จัก Domain Name และ Hosting ฟังดูผ่านๆอาจทำให้รู้สึกว่ายากและงงใช่ไหมครับ แต่ความเป็นจริงไม่ได้ยากอะไรเลย Domain Name ก็คือชื่อเว็ปไซต์ที่เราอยากให้คนรู้จัก ที่เราอยากให้คนพิมพ์เวลาเปิดหน้าต่างเว็ปขึ้นมานั่นเองครับ เช่น Google.com, Facebook.com, Thairath.com, Sanook.com, Mthai.com ต่างๆเหล่านี้เป็นต้นครับ ส่วน Hosting ก็คือ Server หรือบ้านที่เราจะเอาชื่อ Domain Name เราไปเข้าอยู่ เพื่อให้เว็ปไซต์ทำงานได้นั่นเองครับ

Windows Server 2012 R2

WindowsServer

WindowsServer สร้าง OU ย่อยภายใต้ OU หลัก เพื่อรับผิดชอบออบเจ็กต์ตามโครงสร้างขององค์กร เช่น กาจจะมีฝ่ายอบรมที่ขึ้นตรงกับแผนกบุคคล โดยให้คลิกขวาตรง OU แผนกบุคคล และเลือกคำสั่ง New > Organizational Unitปรากฏกรอบหน้าต่าง New Object – Organizational Unit ให้พิมพ์ชื่อ OU ย่อยลงไป เช่น ฝ่ายอบรมจะได้ OU ย่อยเป็นฝ่ายอบรมและให้เราสร้าง OU ในระดับต่างๆ ตามโครงสร้างองค์กรรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การสร้างกรุ๊ป (Group)

กรุ๊ปยูสเซอร์จะเป็นที่รวบรวมรายชื่อยูสเซอร์ต่างๆไว้เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ เช่น การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้ทรัพยากรต่างๆบนระบบเพียงแต่กำหนดสิทธิเหล่านั้นผ่านกรุ๊ปยูสเซอร์จะทำให้ยูสเซอร์ทุกคนที่อยู่ในกรุ๊ปนั้นได้รับสิทธิ์ที่เหมือนกันช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งกำหนดสิทธิ์ทีละคนส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็กระทำผ่านกรุ๊ปยูสเซอร์เช่นกั ขั้นตอนการสร้างกรุ๊ปยูสเซอร์ มีดังนี้

  1. ที่เครื่องมือ Active Directory Users and Computers คลิกขวาตรง OU ที่ต้องการสร้างกรุ๊ปภายใต้ และเลือกคำสั่ง New > Group
  2. ปรากฏหน้าต่าง New  Object – Group ให้พิมพ์ชื่อกรุ๊ปลงไป เช่น พนักงานบุคคล เลือก Group scope และ Group type ตามต้องการ  (ในที่นี้ให้เลือก Group scope เป็น Domain local เพราะต้องการให้เห็นเฉพาะเครื่องที่อยู่ในโดเมนเดียวกันเท่านั้น) จากนั้นคลิกปุ่ม OK
  3. แสดงกรุ๊ปที่สร้างอยู่ภายใต้ OU

Group type เป็นการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆบนโดเมน เช่น ไฟล์ เครื่องพิมพ์ และออบเจ็กต์ต่างๆจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ Security และ Distributionรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Security Groups เป็นการกำหนดว่าจะอนุญาต (Grant) หรือปฏิเสธ (Deny) สิทธิ์ในการเข้าใช้งานทรัพยากรต่างๆของยูสเซอร์บนโดเมน เป็นการรักษาความปลอดภัยของระบบ เช่น อนุญาตให้เฉพาะยูสเซอร์ในกรุ๊ปนี้เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลในโฟลเดอร์ Personalได้หรืออนุญาตให้ใช้เครื่องพิมพ์ในแผนกบุคคลได้เท่านั้นหรือปฏิเสธการเข้าใช้งานโฟลเดอร์ Salaryยกเว้น ผจก.ฝ่ายบุคคลเท่านั้น (ยูสเซอร์ใน Security Groups จะมีการสร้าง SID ทำให้สามารถกำหนดสิทธิ์ต่างๆ ได้)

Distribution Groups เป็นการออกแบบมาเพื่อรองรับเมลเซิร์ฟเวอร์ (Exchange Server 2000) กล่าวคือ Exchange Server จะใช้งานฐานข้อมูล Active Directory อย่างมากในการทำงาน (ค้นหารายชื่อยูสเซอร์ และอีเมลแอดเดรส) โดยเฉพาะบนเครื่อง GC (Global Catalog)

เนื่องจากเครื่อง GC จะเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของโดเมนบนฟอเรสต์เอาไว้ Distribution Groups จึงเหมาะสำหรับทำงานร่วมกับ Exchange Server ในการสร้างลิสต์สำหรับส่งเมสเสจต่างๆ ให้ยูสเซอร์ (ยูสเซอร์ใน Distribution Groups ไม่มีการสร้าง SID

ไม่สามารถกำหนดสิทธิ์ได้ จึงไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก) หรือใช้รับเมล เพราะอีเมลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในเมลบ็อกซ์ของ Distribution Groups เช่นกัน