อาคารแยกชิ้นส่วน

เมื่อพูดถึงระเบิดนิวเคลียร์คืออะไร คนต่างก็รู้จักกันดีแน่นอนว่า ยิ่งเป็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองฮิโรชิมาที่ประเทศญี่ปุ่น  แน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมันทำให้เราจำติดตา  และฝังใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะคนในประเทศญี่ปุ่น

เพราะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมันทำให้ที่เกาะฮิโรชิม่า ไม่สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนได้อีกเลย เนื่องจากว่ามันมีการตกค้างของสารกัมมันตรังสี

กว่าที่สารกัมมันตรังสีจะจางหายไปมันก็ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน  กว่าที่สิ่งต่างๆภายในเกาะนี้จะฟื้นตัวขึ้น  มันก็ต้องใช้ระยะเวลาเช่นเดียวกันและแน่นอนว่า เรื่องที่เราจะพูดถึงก็น่าสนใจไม่ต่างจากเรื่องนี้เลย 

การทำสงครามกันแน่นอนว่า สำหรับในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการทิ้งระเบิดไม่ได้มีการยิงกันอย่างที่   เคยมี และเคยผ่านมาในอดีต  แต่แน่นอนว่าในบางประเทศก็ยังคงมีอาวุธนิวเคลียร์  ไว้ในครอบครองอยู่ซึ่งแน่นอนว่าพลังทำลายล้างของอาวุธนิวเคลียร์นี้ 

มันมากมายมหาศาลและหากว่า ประเทศมหาอำนาจต่าง   เกิดอยากเล่นพิเรนทร์ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่กัน  ซึ่งสิ่งที่จะตามมามันก็อาจจะกลายเป็นหายนะวันสิ้นโลก   ก็เป็นไปได้ เพราะว่านอกจากความสูญเสียในการระเบิดแล้ว 

สารกัมมันตรังสีต่างๆที่ตกค้างอยู่นั้นมันไม่สามารถทำให้มนุษย์สามารถดำรงอยู่ได้  แผนการที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้นั้น  เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอาคารแยกชิ้นส่วนนั้นเอง  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในฐานทัพแห่งหนึ่งในเมืองซัปโปโรของรัฐเท็กซัส  มันเป็นเรื่องขำๆที่ว่าด้วยการจัดเก็บอาวุธนิวเคลียร์ โดยที่ในปี 1963

ในฐานทัพแห่งนี้ มีอาคารสำหรับแยกชิ้นส่วนอาวุธนิวเคลียร์ ที่ไม่ใช้แล้วซึ่งไม่ใช่แค่เปลือกนอกของอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น  แต่ยังรวมไปถึงสารเคมีต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน  ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ 50-60 กิโลกรัมโดยในวันที่ 13 พฤศจิกายนปี 1963  

  เกิดการระเบิดขึ้นในอาคารแห่งนี้  ซึ่งในวินาทีนั้นเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ตกใจ เพราะกลัวว่ามันจะรุนแรงของการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์  แต่ทว่าโชคยังดีที่ไม่ถึงขนาดนั้น เนื่องจากส่วนที่ระเบิดนั้นมาจากสารเคมีนิวเคลียร์นั้นถือว่าปลอดภัยจากเหตุการณ์ทั้งหมด

  ที่เกิดขึ้นนี้มันก็มีการปนเปื้อนของกัมมันตรังสี  gclub สมัครผ่านเว็บ     ค่อนข้างน้อยไม่มีผู้เสียชีวิตจะมีก็เพียงแค่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย 3 คนเท่านั้น  ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ได้มีความรุนแรงอะไรมากนัก  แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็บ่งบอกให้เราได้รับรู้ว่า  มันมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นนั่นเอง

  ดังนั้นเราควรที่จะหาสาเหตุและวิธีการป้องกัน และก็วิธีการรับมือหากว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกมันอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้  ดังนั้นแล้วการที่เราเตรียมความพร้อมที่จะรับมือมันเอาไว้อยู่ตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ 

อดีตผู้กำกับหนังชื่อดังของมาเลเซียจับลูกขังเพราะกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

     อดีตผู้กำกับหนังชื่อดังของมาเลเซียจับลูกขัง   เมื่อวันที่ 14 เดือนสิงหาคมปีพศ 2564 ช่วงเวลาประมาณ 18:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจในจังหวัดสงขลาซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่หาดใหญ่ได้รับแจ้งเหตุจากหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่งให้เข้ามาช่วยเหลือลูกชายของเธอ

เนื่องจากว่าลูกชายของเธอนั้นถูกสามีของเธอจับขังไว้ให้ในห้องและเธอไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกชายของเธอออกมาได้โดยเธอเกรงว่าสามีของเธอนั้นจะเกิดความเครียดจนทำอันตรายลูกชายของเธอนั่นเอง

        เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบ้านหลังเกิดเหตุนั้นก็พบว่าผู้ก่อเหตุได้มีการคลังตนเองและรูปถ่ายเอาไว้ในห้องและไม่ยอมเปิดประตูให้ใครเข้าไปนอกจากนี้ต้องบริเวณระเบียงยังพบว่าผู้ก่อเหตุนั้นมักจะเดินไปเดินมาระหว่างระเบียงกับห้องเหมือนกับจะขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งความไม่ปลอดภัยจึงได้มีการงัดประตูและบุกเข้าไปช่วยเด็กชายทันทีหลังจากนั้นก็ล็อคตัวผู้ก่อเหตุมาที่สถานีตำรวจเพื่อมีการพูดคุยและพยายามให้ผู้ก่อเหตุนั้นใจเย็นลง

   อดีตผู้กำกับหนังชื่อดังของมาเลเซียจับลูกขัง   จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้นพบว่าผู้ก่อเหตุนั้นชื่อว่านายบาราวานอันซึ่งเป็นชัยชาวมาเลเซียลูกครึ่งอินเดียและเคยเป็นอดีตผู้กำกับหนังอยู่ที่ประเทศมาเลเซียมาก่อนก่อนที่จะพบรักกับหญิงชาวไทยและมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 8 ปีแล้วโดยทั้งคู่มีลูกอยู่ด้วยกัน 1 คน 

       จากคำให้การของทางภรรยาของผู้ก่อเหตุนั้นแจ้งว่านับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิด สามีของเธอก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมีความเครียดมากขึ้นกลัวเรื่องของการติดเชื้อไวรัสโควิดกลัวว่าภรรยาและลูกจะติดเชื้อจึงไม่ยอมให้ออกไปนอกบ้านมีอยู่ครั้งหนึ่งสามีของเธอของเธอ

และลูกเอาไว้ในบ้านพร้อมกับอยู่ในห้องไม่ยอมให้เธอทำงานแม้เธอจะขายกระเป๋ามือสองผ่านออนไลน์ก็ยังไม่ยอมให้ทำเธอเลยขอความช่วยเหลือโดยการโทรไปที่สถานีตำรวจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาช่วยเหลือสามีของเธอก็สงบจิตใจลงได้พักหนึ่ง  

         อย่างไรก็ตามสามีของเธอยังคงมีความเครียดสะสมอยู่เพราะสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิคยังไม่ดีขึ้นล่าสุดในวันที่ 14 สิงหาคมสามีของเธอก็จับลูกชายเข้าไปในห้องนอนแล้วเขาเอาไว้ไม่ว่าเธอจะเรียกให้พาลูกชายออกมาแค่ไหนสามีของเธอก็ไม่สนใจดังนั้นเธอเกรงว่าสามีของเธอจะทำอันตรายลูกชายจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้นั้นเอง

        เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมตัวชายชาวมาเลเซียไว้แล้วส่วนภรรยาและลูกชายนั้นก็ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี

4เรื่องจริงในกัมพูชา

4เรื่องจริงในกัมพูชา คุณคงจะรู้จักกัมพูชาประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธุ์กับไทยมาอย่างยาวนานและเราจะพาคุณไปรู้จัดเรื่องจริงของกัมพูชาที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

อันดับแรก กัมพูชาในภาพรวม ราชอาณาจักรกัมพูชาที่เราคุ้มเคยกันในชื่อของเขมรมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าราชอาณาจักรกัมพูชามีพื้นที่ประมาณ181,035ตารางกิโลเมตรและมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ16.50ล้านคน 4เรื่องจริงในกัมพูชา โดยในส่วนของการเมืองการปกครองของกัมพูชานั้นเป็นแบบที่เรียกว่าราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมมนูญ

โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งการปกครองระบอบนี้มักจะได้รับคำนิยามว่าทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครองและในส่วนของผู้นำทางการเมืองก็มี สมเด็จอัครมหาเสนบดีเดโช ฮุน เซน รับหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีโดยรายได้หลักของกัมพูชานั้นหลักๆแล้วก็มาจากภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและการบริการ

ซึ่งกรมการค้าและส่งเสริมระหว่างประเทศได้ทำการNominal GDP ของกัมพูชา ในปี2021นี้อยู่ที่31,406ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ890,000ล้านบาทและได้เติบโตจากปีก่อนหน้านี้ประมาณ6.04%

อันดับที่สอง ธงชาติ อย่างที่เราทราบกันว่าธงชาตินั้นคือเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศซึ่งต่างก็จะมีความหมายเป็นของตัวเองอย่างในกรณีของธงชาติกัมพูชาที่ปัจจุบันใช้แทบสีน้ำเงินบนล่างมีแทบตรงกลางสีแดงแต่มีรูปของปราสาทหินนครวัดอยู่ตรงกลาง

โดยสีน้ำเงินนั้นหมายถึงพระมหากษัตริย์สีแดงหมายถึงชาติและปราสาทหินนครวัดหมายถึงสันติภาพและศาสนาซึ่งธงชาติของกัมพูชานี้เป็นธงประเทศเดีวในโลกที่จะมีรูปของสิ่งก่อสร้างอยู่ภายในนั้น

อันดับที่สาม เปลี่ยนชื่อประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหงนึ่งของกัมพูชากับการที่พวกเขานั้นได้เปลี่ยนชื่อประเทศอยู่บ่อยๆๆเริ่มต้นในช่วงปี1953-1970พวกเขาได้ใช้ชื่อย่างเป็นทางการว่าราชอาณาจักรกัมพูชาและต่อมาในปี1970-1975ก็ได้เปลี่ยนชื่อรัฐมาเป็นสาธารณรัฐเขมร

นอกจากนี้ในปี1975-1979ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่ากัมพูชาประชาธิปไตยปี1979-1989ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อสาธารณรัฐประชามานิตกัมพูชาปี1989-1993ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อรัฐกัมพูชาและหลังจากนั้นในปี1993ถึงปัจจุบันพวกเขาได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อเดิมราชอาณาจักรกัมพูชาอีกครั้ง

ซึ่งการเปลี่ยนชื่อเหล่านี้โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการเปลี่ยนแปลรัฐบาลจะขั้วอำนาจนึงมาเป็นอีกขั้วอำนาจนึงนั้นเองจึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อบ่อย

อันดับที่สี่ สกุลเงิน นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่กัมพูชามีแตกต่างไปจากไทยเป็นอย่างมากการใช้สกุลเงินต่างๆในชีวิตประจำวันอย่างในกรณีของประเทศไทยนั้นพวกเราจะใช้เงินบาทเป็นหลักแต่ทว่าพวกกัมพูชาพวกเขาใช้มากถึง4สกุลเงินโดยสกุลเงินหลักที่มีการใช้งานมากที่สุดคือเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีหมุนเวียนอยู่ในระบบค่อนข้างมาก

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝากเงิน ออโต้