อดีตผู้กำกับหนังชื่อดังของมาเลเซียจับลูกขังเพราะกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

     อดีตผู้กำกับหนังชื่อดังของมาเลเซียจับลูกขัง   เมื่อวันที่ 14 เดือนสิงหาคมปีพศ 2564 ช่วงเวลาประมาณ 18:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจในจังหวัดสงขลาซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่หาดใหญ่ได้รับแจ้งเหตุจากหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่งให้เข้ามาช่วยเหลือลูกชายของเธอ

เนื่องจากว่าลูกชายของเธอนั้นถูกสามีของเธอจับขังไว้ให้ในห้องและเธอไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกชายของเธอออกมาได้โดยเธอเกรงว่าสามีของเธอนั้นจะเกิดความเครียดจนทำอันตรายลูกชายของเธอนั่นเอง

        เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบ้านหลังเกิดเหตุนั้นก็พบว่าผู้ก่อเหตุได้มีการคลังตนเองและรูปถ่ายเอาไว้ในห้องและไม่ยอมเปิดประตูให้ใครเข้าไปนอกจากนี้ต้องบริเวณระเบียงยังพบว่าผู้ก่อเหตุนั้นมักจะเดินไปเดินมาระหว่างระเบียงกับห้องเหมือนกับจะขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งความไม่ปลอดภัยจึงได้มีการงัดประตูและบุกเข้าไปช่วยเด็กชายทันทีหลังจากนั้นก็ล็อคตัวผู้ก่อเหตุมาที่สถานีตำรวจเพื่อมีการพูดคุยและพยายามให้ผู้ก่อเหตุนั้นใจเย็นลง

   อดีตผู้กำกับหนังชื่อดังของมาเลเซียจับลูกขัง   จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้นพบว่าผู้ก่อเหตุนั้นชื่อว่านายบาราวานอันซึ่งเป็นชัยชาวมาเลเซียลูกครึ่งอินเดียและเคยเป็นอดีตผู้กำกับหนังอยู่ที่ประเทศมาเลเซียมาก่อนก่อนที่จะพบรักกับหญิงชาวไทยและมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 8 ปีแล้วโดยทั้งคู่มีลูกอยู่ด้วยกัน 1 คน 

       จากคำให้การของทางภรรยาของผู้ก่อเหตุนั้นแจ้งว่านับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิด สามีของเธอก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมีความเครียดมากขึ้นกลัวเรื่องของการติดเชื้อไวรัสโควิดกลัวว่าภรรยาและลูกจะติดเชื้อจึงไม่ยอมให้ออกไปนอกบ้านมีอยู่ครั้งหนึ่งสามีของเธอของเธอ

และลูกเอาไว้ในบ้านพร้อมกับอยู่ในห้องไม่ยอมให้เธอทำงานแม้เธอจะขายกระเป๋ามือสองผ่านออนไลน์ก็ยังไม่ยอมให้ทำเธอเลยขอความช่วยเหลือโดยการโทรไปที่สถานีตำรวจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาช่วยเหลือสามีของเธอก็สงบจิตใจลงได้พักหนึ่ง  

         อย่างไรก็ตามสามีของเธอยังคงมีความเครียดสะสมอยู่เพราะสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิคยังไม่ดีขึ้นล่าสุดในวันที่ 14 สิงหาคมสามีของเธอก็จับลูกชายเข้าไปในห้องนอนแล้วเขาเอาไว้ไม่ว่าเธอจะเรียกให้พาลูกชายออกมาแค่ไหนสามีของเธอก็ไม่สนใจดังนั้นเธอเกรงว่าสามีของเธอจะทำอันตรายลูกชายจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้นั้นเอง

        เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมตัวชายชาวมาเลเซียไว้แล้วส่วนภรรยาและลูกชายนั้นก็ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี

4เรื่องจริงในกัมพูชา

4เรื่องจริงในกัมพูชา คุณคงจะรู้จักกัมพูชาประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธุ์กับไทยมาอย่างยาวนานและเราจะพาคุณไปรู้จัดเรื่องจริงของกัมพูชาที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

อันดับแรก กัมพูชาในภาพรวม ราชอาณาจักรกัมพูชาที่เราคุ้มเคยกันในชื่อของเขมรมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าราชอาณาจักรกัมพูชามีพื้นที่ประมาณ181,035ตารางกิโลเมตรและมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ16.50ล้านคน 4เรื่องจริงในกัมพูชา โดยในส่วนของการเมืองการปกครองของกัมพูชานั้นเป็นแบบที่เรียกว่าราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมมนูญ

โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งการปกครองระบอบนี้มักจะได้รับคำนิยามว่าทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครองและในส่วนของผู้นำทางการเมืองก็มี สมเด็จอัครมหาเสนบดีเดโช ฮุน เซน รับหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีโดยรายได้หลักของกัมพูชานั้นหลักๆแล้วก็มาจากภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและการบริการ

ซึ่งกรมการค้าและส่งเสริมระหว่างประเทศได้ทำการNominal GDP ของกัมพูชา ในปี2021นี้อยู่ที่31,406ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ890,000ล้านบาทและได้เติบโตจากปีก่อนหน้านี้ประมาณ6.04%

อันดับที่สอง ธงชาติ อย่างที่เราทราบกันว่าธงชาตินั้นคือเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศซึ่งต่างก็จะมีความหมายเป็นของตัวเองอย่างในกรณีของธงชาติกัมพูชาที่ปัจจุบันใช้แทบสีน้ำเงินบนล่างมีแทบตรงกลางสีแดงแต่มีรูปของปราสาทหินนครวัดอยู่ตรงกลาง

โดยสีน้ำเงินนั้นหมายถึงพระมหากษัตริย์สีแดงหมายถึงชาติและปราสาทหินนครวัดหมายถึงสันติภาพและศาสนาซึ่งธงชาติของกัมพูชานี้เป็นธงประเทศเดีวในโลกที่จะมีรูปของสิ่งก่อสร้างอยู่ภายในนั้น

อันดับที่สาม เปลี่ยนชื่อประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหงนึ่งของกัมพูชากับการที่พวกเขานั้นได้เปลี่ยนชื่อประเทศอยู่บ่อยๆๆเริ่มต้นในช่วงปี1953-1970พวกเขาได้ใช้ชื่อย่างเป็นทางการว่าราชอาณาจักรกัมพูชาและต่อมาในปี1970-1975ก็ได้เปลี่ยนชื่อรัฐมาเป็นสาธารณรัฐเขมร

นอกจากนี้ในปี1975-1979ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่ากัมพูชาประชาธิปไตยปี1979-1989ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อสาธารณรัฐประชามานิตกัมพูชาปี1989-1993ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อรัฐกัมพูชาและหลังจากนั้นในปี1993ถึงปัจจุบันพวกเขาได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อเดิมราชอาณาจักรกัมพูชาอีกครั้ง

ซึ่งการเปลี่ยนชื่อเหล่านี้โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการเปลี่ยนแปลรัฐบาลจะขั้วอำนาจนึงมาเป็นอีกขั้วอำนาจนึงนั้นเองจึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อบ่อย

อันดับที่สี่ สกุลเงิน นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่กัมพูชามีแตกต่างไปจากไทยเป็นอย่างมากการใช้สกุลเงินต่างๆในชีวิตประจำวันอย่างในกรณีของประเทศไทยนั้นพวกเราจะใช้เงินบาทเป็นหลักแต่ทว่าพวกกัมพูชาพวกเขาใช้มากถึง4สกุลเงินโดยสกุลเงินหลักที่มีการใช้งานมากที่สุดคือเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีหมุนเวียนอยู่ในระบบค่อนข้างมาก

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝากเงิน ออโต้